ผู้เชี่ยวชาญผงเครื่องดื่มคุณภาพ · ประสบการณ์กว่า 40 ปี

095-396-4456

LINE: @kcinterfoods

KC Interfoods · Knowledge Hub
บทความและความรู้
ด้านธุรกิจเครื่องดื่ม
รวมองค์ความรู้จากทีม KC Interfoods สำหรับผู้ประกอบการ ร้านค้า และผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม
KC Interfoods · Knowledge Hub
สาระน่ารู้
บทความเกี่ยวกับชาเขียวมัทฉะและผงเบเกอรี่ · เคล็ดลับเลือกผงมัทฉะและโกโก้
อัปเดตทุกสัปดาห์
— วัตถุดิบที่เราเชี่ยวชาญ
รวบรวมบทความด้วยสาระและเทรนด์ล่าสุดในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เรานำเข้าวัตถุดิบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ผงมัทฉะ, ผงชาเขียวมัทฉะ, ผงชาไทย, ผงชานม, ผงโกโก้แท้, ผงผัก รวมถึง วัตถุดิบเบเกอรี่ ที่ผู้ประกอบการนิยมใช้ในการต่อยอดธุรกิจ
#ผงมัทฉะ
#ผงชาเขียว
#ผงชาไทย
#ผงชานม
#ผงโกโก้แท้
#ผงผัก
#วัตถุดิบเบเกอรี่
— ประโยชน์ที่คุณจะได้รับ
ช่วยให้คุณเข้าใจทั้งเรื่อง การตลาดอาหาร, การพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ ไปจนถึง พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อให้คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้จริงกับธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่มีแบรนด์อยู่แล้ว
📈 กลยุทธ์การตลาดอาหารและเครื่องดื่ม
🧪 เทคนิคพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์
👥 วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค

แสดง 20 จาก 23 บทความ

ผงผักคุณภาพสูงสำหรับใช้ในอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารเสริม

ผงผักดีไหม? ข้อดี ข้อจำกัด และสิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้

Uji Matcha เจาะลึกรสชาติและโทนกลิ่น

Uji Matcha คืออะไร? เจาะลึกเกรด รสชาติ และวิธีเลือกใช้

Uji Matcha เจาะลึกรสชาติและโทนกลิ่น
ผงโกโก้ราคา ควรเลือกแบบไหนดี

ผงโกโก้ราคาถูกกับราคาแพง ต่างกันตรงไหน ควรเลือกแบบไหนดี

ผงโกโก้ราคา ควรเลือกแบบไหนดี
รับผลิต OEM ผงเครื่องดื่ม

รับผลิต OEM ผงเครื่องดื่ม ตั้งแต่มัทฉะ ชาไทย โกโก้ ถึงผงชานม

รับผลิต OEM ผงเครื่องดื่ม
ประโยชน์ของมัทฉะลาเต้

ประโยชน์ของมัทฉะลาเต้ ดื่มทุกวันดีไหม? ดื่มยังไงให้ได้ประโยชน์

ประโยชน์ของมัทฉะลาเต้
ประโยชน์ของผงผักเคล ช่วยดีท็อกซ์ บำรุงผิว และเสริมภูมิคุ้มกัน

ประโยชน์ของผงผักเคล ช่วยดีท็อกซ์ บำรุงผิว และเสริมภูมิคุ้มกัน

ประโยชน์ของผงผักเคล ช่วยดีท็อกซ์ บำรุงผิว และเสริมภูมิคุ้มกัน
ประโยชน์ของชาเขียวมัทฉะ 5 เหตุผลที่คนยุคใหม่ควรดื่มทุกวัน

ประโยชน์ของชาเขียวมัทฉะ 5 เหตุผลที่คนยุคใหม่ควรดื่มทุกวัน

ประโยชน์ของชาเขียวมัทฉะ 5 เหตุผลที่คนยุคใหม่ควรดื่มทุกวัน
6 เกณฑ์เลือกผงมัทฉะยี่ห้อไหนดี ก่อนตัดสินใจซื้อ

6 เกณฑ์เลือกผงมัทฉะยี่ห้อไหนดี ก่อนตัดสินใจซื้อ

frappe_vs_smoothie

ผงเฟรปเป้กับผงสมูทตี้ต่างกันยังไง? เจาะลึกผงชงดื่มยอดฮิตที่ร้านกาแฟเลือกใช้

หลายคนอาจสงสัยว่า “ผงเฟรปเป้” กับ “ผงสมูทตี้” คืออะไร ต่างกันตรงไหน แล้วเวลาเปิดร้านกาแฟหรือคาเฟ่ควรเลือกใช้แบบไหนถึงจะเหมาะที่สุด? ทั้งสองชนิดเป็น “ผงชงดื่ม” ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เครื่องดื่มเย็นมีเนื้อสัมผัสเข้มข้นและรสชาตินุ่มละมุน แต่มีจุดประสงค์และลักษณะเฉพาะที่ต่างกันชัดเจน ซึ่งเราจะมาเจาะลึกกันแบบละเอียดในบทความนี้

ทำความรู้จักผงเฟรปเป้คืออะไร

Frappe_Powder

ผงเฟรปเป้คืออะไรและมีหน้าที่อย่างไร

ผงเฟรปเป้ (Frappe Powder) คือผงที่ใช้สำหรับทำเครื่องดื่มเย็นประเภทปั่น เช่น กาแฟปั่น ชาเย็นปั่น หรือโกโก้ปั่น จุดเด่นของผงชนิดนี้คือช่วยให้เนื้อเครื่องดื่มข้น ฟู และมีความครีมมี่ ละลายช้า ไม่แยกชั้น
โดยทั่วไป ผงเฟรปเป้ มักประกอบด้วยสารให้ความหนืด เช่น คาราจีแนน หรือกัม และส่วนผสมที่ช่วยคงความเย็น เช่น ครีมเทียม และน้ำตาล

ประโยชน์ของการใช้ผงเฟรปเป้ในร้านกาแฟ

  • ช่วยให้เครื่องดื่มเนียนละเอียด ไม่เป็นเกล็ดน้ำแข็ง

  • เพิ่มความหอมมันและความเข้มข้นให้กับเมนู

  • ทำให้รสชาติเครื่องดื่มคงที่ทุกแก้ว

  • ใช้ได้กับเมนูนม เช่น โกโก้  มัทฉะ  ชาไทย กาแฟ

ตัวอย่างเช่น “โกโก้เฟรปเป้” ที่ผสมผงโกโก้เข้ากับผงเฟรปเป้ จะได้เครื่องดื่มที่เนียนละเอียด หอมเข้ม และไม่แยกชั้นแม้จะตั้งไว้นานก็ตาม

ผงสมูทตี้คืออะไรและต่างจากผงเฟรปเป้อย่างไร

ลักษณะของผงสมูทตี้

ผงสมูทตี้ (Smoothie Powder) ถูกออกแบบมาสำหรับเครื่องดื่มผลไม้หรือเมนูที่ไม่ใช้กาแฟเป็นหลัก เช่น สมูทตี้ผลไม้รวม, มะม่วงปั่น, เบอร์รี่โยเกิร์ต หรือมัทฉะสมูทตี้
ผงชนิดนี้มักมีส่วนผสมของครีมเทียม ผงนม น้ำตาล และบางสูตรมีไฟเบอร์หรือวิตามินเสริมเพื่อให้เครื่องดื่มดู “สุขภาพดี” มากขึ้น

ประโยชน์ของการใช้ผงสมูทตี้

  • ให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนแต่ไม่หนืดเท่าผงเฟรปเป้

  • ช่วยปรับรสชาติผลไม้ให้กลมกล่อม ไม่เปรี้ยวจนเกินไป

  • ให้กลิ่นหอมและรสชาติแบบธรรมชาติ

  • เหมาะกับเมนูผลไม้ หรือเมนูที่ต้องการความละมุนมากกว่าความเข้มข้น

วิธีเลือกใช้ผงชงดื่มให้เหมาะกับเมนู

ถ้าเป็นเมนูกาแฟหรือโกโก้

ควรเลือกใช้ ผงเฟรปเป้ เพราะช่วยให้เนื้อเนียน ฟู และเข้มข้น เช่น

  • โกโก้เฟรปเป้เข้มข้น

  • มอคค่าเฟรปเป้

  • คาปูชิโนเฟรปเป้

Drinks_menu_cocoa_coffee_matcha

ถ้าเป็นเมนูมัทฉะหรือผลไม้

ให้เลือกใช้ ผงสมูทตี้ เพราะเน้นรสชาติลื่น สดชื่น และหอมละมุน เช่น

  • มัทฉะสมูทตี้

  • สตรอว์เบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้

  • มะม่วงสมูทตี้

Mango_Smoothie

ผงเฟรปเป้ vs ผงสมูทตี้ – เปรียบเทียบแบบชัดเจน

Frappease_Smoothie

จากตารางจะเห็นว่า ผงเฟรปเป้ จะเหมาะกับเครื่องดื่มแนวคาเฟ่ที่ต้องการความครีมมี่ เช่น “โกโก้เฟรปเป้” หรือ “คาปูชิโนเฟรปเป้” ส่วน ผงสมูทตี้ จะเหมาะกับแนวสุขภาพหรือผลไม้ เช่น “สมูทตี้โยเกิร์ต” หรือ “มัทฉะสมูทตี้เย็น”

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. ผงเฟรปเป้ใช้แทนผงสมูทตี้ได้ไหม?

สามารถใช้แทนกันได้ในบางเมนู แต่รสสัมผัสและความเข้มข้นจะต่างกัน หากต้องการความฟูและครีมมี่ ผงเฟรปเป้จะเหมาะกว่า

  1. ผงสมูทตี้เก็บได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปเก็บได้ประมาณ 12 เดือน หากเก็บในที่แห้งและปิดฝาสนิท

  1. ผงชงดื่มแบบไหนนิยมในร้านกาแฟมากที่สุด?

ผงเฟรปเป้และผงโกโก้ถือเป็นไอเท็มยอดนิยม เพราะให้รสเข้มและเนื้อแน่นสไตล์คาเฟ่

  1. ถ้าต้องการทำเมนูมัทฉะเย็นควรใช้แบบไหน?

ถ้าต้องการเนื้อแน่นเหมือนปั่น ใช้ผงเฟรปเป้ แต่ถ้าต้องการแบบนุ่มละมุน ใช้ผงสมูทตี้มัทฉะจะเหมาะกว่า

  1. ผงเฟรปเป้มีผลต่อรสชาติไหม?

มีเล็กน้อย โดยจะเพิ่มความมันและความครีมมี่ให้เครื่องดื่ม

  1. ผงโกโก้ควรใช้คู่กับผงเฟรปเป้หรือสมูทตี้?

ส่วนใหญ่จะใช้คู่กับผงเฟรปเป้ เพราะช่วยขับรสชาติโกโก้ให้เข้มและกลมกล่อมขึ้น

frappe-powder-450g-kcinterfoods

frappe-powder-450g
frappe-powder-450g

ผงเฟรปเป้ ยี่ห้อไหนดี? คุณภาพดี ราคาไม่แรง

สำหรับใครที่ชอบทำเครื่องดื่มปั่นเองที่บ้าน หรือกำลังมองหาตัวช่วยสำหรับร้านค้าที่ช่วยให้เครื่องดื่มเนื้อเนียนละมุน ไม่เป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะ ต้องบอกเลยว่า ผงเฟรปเป้จาก KC Interfoods คือคำตอบที่ใช่!
เพราะช่วยให้เนื้อเครื่องดื่มเข้มข้น หอมละมุน กลมกล่อมมากขึ้น ที่สำคัญคือ ไม่แยกชั้นแม้จะวางทิ้งไว้นาน รับรองว่าลูกค้าจะต้องประทับใจในรสสัมผัสตั้งแต่แก้วแรก (สั่งซื้อผงเฟรบเป้ Kcinterfoods >> Shoppee , Lazada )

สุดท้ายนี้ การเลือกใช้ ผงเฟรปเป้ หรือ ผงสมูทตี้ ขึ้นอยู่กับ “สไตล์เครื่องดื่ม” ที่ต้องการ ถ้าอยากได้ความเข้มข้น ครีมมี่แบบคาเฟ่ ให้ใช้ผงเฟรปเป้ แต่ถ้าชอบความละมุน สดชื่นแบบสมูทตี้ผลไม้ ให้เลือกผงสมูทตี้แทน
อย่าลืมว่า การใช้ผงชงดื่มคุณภาพดี เช่น ผงโกโก้แท้ หรือผงมัทฉะเกรดพรีเมียม จะช่วยยกระดับรสชาติและทำให้ลูกค้าประทับใจยิ่งขึ้น

สมัครสมาชิกกับ KC Interfoods ตอนนี้!

รับแต้มสะสมทุกการสั่งซื้อ พร้อมสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก ทั้งส่วนลด ของแถม และโปรโมชั่นประจำเดือน สมัครฟรีคลิกที่นี่ได้เลย

สอบถามข้อมูลหรือสั่งซื้อสินค้า

โทรศัพท์ : ( +66 ) 095-396-4456 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สั่งซื้อ ShopeeLazada , Tiktok

LINE ID : @kcinterfoods หรือ คลิกที่นี่เลย

สงสัยไหมว่า… ชามีกี่ประเภทกันแน่!?

สวัสดีค่ะ บทความนี้เราจะมาเอาใจคนรักชาหรือคนที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับชาชนิดต่าง ๆ กันนะคะ ว่าชามีกี่ประเภท? ประเภทของชามีอะไรบ้าง? ชาแดงคืออะไร? ชาซีลอนคืออะไร? และอีกสารพัดเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับชา

ซึ่งทาง KC Interfoods (เคซี อินเตอร์ฟูดส์) ก็ได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ มาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะพาทุก ๆ คนมาเจาะลึกประเด็นเกี่ยวกับเรื่องชา ๆ เหล่านี้กัน! ซึ่งหัวข้อหลักของเราในวันนี้ก็คือ “ชามีกี่ประเภท?” นั่นเอง

เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้ (ปี 2023) มีชาวางจำหน่ายและให้เราได้เลือกลิ้มลองกันอยู่หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชามัทฉะ ชาขาว ชาดำ ชาแดง ชาอัสสัม ชาซีลอน และชาอื่น ๆ อีกมากมาย

จากที่กล่าวไปข้างต้น เราจึงมองว่าคนที่ไม่ได้มีการคลุกคลีกับวงการชา คงจะสับสนว่า…ชามีกี่ประเภท และกี่ชนิดกันแน่? และชาแต่ละแบบนั้นมันมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง? ทำไมชาบางตัวเหมือนกันเลยแต่เรียกไม่เหมือนกันล่ะ? บทความนี้จะมาอธิบายให้เข้าใจกันค่ะ

ขอบคุณภาพชาหลากชนิดจาก Scoopempire

ชามีกี่ประเภทและแบ่งยังไงได้บ้าง!?

ชามากี่ประเภทกันนะ? แท้จริงแล้วชานั้นแบ่งออกได้หลายประเภท ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้หลักการอะไรในการแบ่งประเภทของชา ชาแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของสี รสชาติ กรรมวิธีการผลิต แหล่งปลูก และอื่น ๆ ซึ่งชาบางชนิดอาจจะใช้ใบชาจากต้นเดียวกัน แต่มีการผลิตหรือมีแหล่งเพาะปลูกที่แตกต่างกัน เท่านี้ก็ทำให้ชาชนิดเดียวกันมีมากกว่า 1 ชื่อได้เช่นกัน

ซึ่งประเภทของชานั้น สามารถแบ่งออกได้ 3 หลักการ ดังนี้

  1. การแบ่งตามกรรมวิธีในการผลิต
  2. การแบ่งตามแหล่งการเพาะปลูก
  3. การแบ่งตามลักษณะของชา

การแบ่งชาตามกรรมวิธีในการผลิต

ประเภทของชาที่แบ่งตามกรรมวิธีการผลิตจะมีความแตกต่างตรงที่ขั้นตอนการบ่มชา เพราะขั้นตอนนี้จะเป็นตัวกำหนดลักษณะของชาที่ผลิต เช่น มีสีแบบไหน มีกลิ่น และรสชาติยังไง

นอกจากนี้ ในขั้นตอนการบ่มชามักจะมีการนวดคลึงหรือทำให้ใบชาช้ำร่วมด้วย เพื่อให้เอนไซม์ในใบชานั้น เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) กับอากาศ ยิ่งบ่มนานมากแค่ไหนสีของใบชาก็จะยิ่งเข้มมากขึ้น คลอโรฟิลล์ที่อยู่ในใบชาก็จะแตกตัวออกมาเป็นสารแทนนินที่ส่งผลให้ชามีรสชาติที่เข้มขึ้น (ขม/ฝาด) หากต้องการหยุดปฏิกิริยาออกซิเดชันนี้ เราสามารถหยุดได้โดยใช้ความร้อนจากการคั่วอบค่ะ

ขอบคุณภาพขั้นตอนการผลิตชาจาก Teaindustry

     1. ชาที่ไม่ผ่านการบ่มเลย

ชาที่ไม่ผ่านการบ่มเลย สังเกตได้ง่าย ๆ คือจะมีรสชาติที่ทานง่าย เมื่อชงแล้วจะได้น้ำชาสีใสมาดื่ม ซึ่งชนิดของชาที่ไม่ได้ผ่านการบ่มเลยก็คือ ชาขาว ชาเขียวเซนฉะ และชาเขียวมัทฉะค่ะ

ชาขาว (White Tea)

ชาขาวจะใช้ยอดอ่อนที่เพิ่งแตกยอดออกมาไปตากแห้งด้วยการตากแบบธรรมชาติหรือใช้เครื่องอบทำให้ใบชาแห้ง เพียงเท่านี้ก็ได้ใบชาขาว ซึ่งชาขาวเป็นชาที่มีสีอ่อนมาก (เหลืองจาง ๆ) มีรสชาติของชาแบบอ่อน ๆ หวานเล็กน้อย ทานง่ายกว่าชาประเภทอื่น ๆ (ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดขายของชาขาวเลยก็ว่าได้ค่ะ) และชาขาวนับว่าเป็นชาที่มีราคาสูง เพราะต้องใช้ใบชาในปริมาณมากกว่าชาประเภทอื่น ๆ จึงจะได้น้ำชาในปริมาณเท่ากัน


ขอบคุณภาพชาขาวจาก
Bettys

ชาเขียว (Sencha / Green Tea)

ชาเขียวกรีนทีหรือชาเขียวเซนฉะจะได้มาจากการนำยอดใบชาที่ปลูกกลางแจ้งไปตากแห้ง > นำไปอบไอน้ำหรือคั่วในกระทะร้อน > นวดใบชา และอบให้แห้งด้วยความร้อน จากนั้นเราก็จะได้ใบชาที่มีสีเขียวอยู่ จึงเป็นที่มาของชื่อชาเขียวนี่เอง ซึ่งจะมีกลิ่นหอมสดชื่นคล้ายกลิ่นหญ้า ทานแล้วไม่ขม รสชาติออกไปทางหวาน มีสีเขียวอ่อนใส ๆ และจะไม่มีการตกตะกอนค่ะ

ชามะลิ (Jasmine Tea) ถ้าเรานำชาเขียวไปอบรมกลิ่นดอกมะลิ เราก็จะได้ชามะลิออกมาหอม ๆ ออกมาค่ะ โดยจะมีลักษณะเป็นใบชาแห้งผสมกับดอกมะลิแห้ง ส่วนผงชาเขียวมะลิคือการนำใบชาแห้งและดอกมะลิแห้งไปบด เพื่อให้ได้ออกมาเป็นผงละเอียด ๆ ค่ะ

ชาเก็นไมฉะ (Genmaicha) คือการผสมกันระหว่างชาเขียวเซนฉะและข้าวคั่ว ในอัตราส่วนที่เท่ากันครึ่งต่อครึ่ง ทำให้ชาเก็นไมฉะมีสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอมของข้าวคั่ว หรือบางคนอาจจะได้กลิ่นเหมือนป็อปคอร์น จึงทำให้ชาเก็นไมฉะมีชื่อเรียกว่า “ชาข้าวคั่ว” หรือ “ชาป็อปคอร์น” ค่ะ

 

ขอบคุณภาพชาเก็นไมฉะจาก Monin

ชามัทฉะ (Matcha)

ชามัทฉะหรือชาเขียวมัทฉะ คือชาเขียวชนิดหนึ่งแต่มีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ซับซ้อนและผลิตออกมายากกว่าชาเขียวเซนฉะค่ะ ได้มาจากยอดของต้นชาที่ปลูกในร่ม และมีการคลุมไม่ให้ใบชาโดนแสงแดดโดยตรง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการผลิตคลอโรฟิลล์ ทำให้ใบชามีสีเขียวเข้มและสด

จากนั้นจะเก็บยอดใบชาไปอบไอน้ำ > เป่าให้ใบชาแห้ง และนำใบชาไปบดเป็นผงละเอียด โดยไม่มีการแยกกาก  ซึ่งชามัทฉะจะอยู่ในรูปแบบชาผงบดละเอียด สีเขียวเข้มสวยชัด รสชาติเข้มข้น มีกลิ่นชาชัด มีความหนาแน่นมากกว่าชาเขียวเซนฉะ เมื่อนำไปชงเครื่องดื่มและวางทิ้งไว้นาน ๆ จะทำให้มีการตกตะกอนได้ค่ะ

     2. ชาที่ผ่านการบ่มกึ่งหนึ่ง

ชาอู่หลง (Oolong Tea) จัดเป็นชากึ่งบ่ม ได้มาจากการนำยอดชาสดไปผึ่งแดดให้ใบชาคายน้ำ > นำไปผึ่งต่อในที่ร่ม ที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอย่างเหมาะสม > เขย่าหรือนวดใบชาให้ช้ำ เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน > นำใบชาไปผ่านความร้อน เพื่อยุติการบ่มชา > นำใบชาไปนวดขึ้นรูปเป็นเม็ด ๆ และนำไปอบแห้งลดความชื้นเป็นขั้นตอนสุดท้าย

หลังเสร็จสิ้นทุกกระบวนการจะได้น้ำชาอู่หลงที่มีสีเหลืองอมน้ำตาล กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นของสมุนไพร ดอกไม้ ธัญพืช และผลไม้รวม ๆ กัน รสชาติเข้มข้นมีรสฝาดและขมเล็กน้อย หรืออยู่ตรงกลางระหว่างชาเขียวและชาดำค่ะ

ขอบคุณภาพชาอู่หลงจาก Style Craze

     3. ชาที่ผ่านการบ่มอย่างสมบูรณ์

ประเภทของชาที่ผ่านการบ่มอย่างสมบูรณ์ก็คือชาดำและชาแดง โดยชาดำนั้นจะ เริ่มจากการนำใบชาไปผึ่งลดความชื้น > นวดใบชาให้ช้ำ > นำไปบ่มให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน > ใบชาเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลเข้ม > รสชาติและกลิ่นของใบชาเปลี่ยนเป็นสีดำขึ้น > นำใบชาไปผ่านความร้อนต่ำ พอใบชาแห้ง จากนั้นเราก็จะได้ชาดำมาแล้ว ส่วนชาแดงก็จะใช้ระยะเวลาในการบ่มน้อยกว่าเลยทำให้สีอ่อนกว่าค่ะ

ชาดำ (Black Tea)

ชาดำจะเป็นชาที่มีสีที่เข้มที่สุดคือสีน้ำตาลเข้มจนถึงเกือบดำ มีรสชาติที่เข้มลึกกว่าชาชนิดอื่น ๆ และมีปริมาณของคาเฟอีนสูง ผลิตมาจากการใช้ใบชาของต้น Camellia sinensis เหมือนชาขาว ชาเขียว ชามัทฉะ และชาแดง แต่มีระยะเวลาในการบ่มมากที่สุด จึงทำให้ชาดำมีกลิ่นและรสชาติแตกต่างจากชาชนิดอื่นค่ะ

ชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey Tea)

ชาเอิร์ลเกรย์ตือหนุ่งในชาผสมหรือชาแต่งกลิ่น เป็นการนำชาดำมาผสมกับน้ำมันมะกรูด เพื่อให้ชามีกลิ่นออกไปทางผลไม้ตระกูลส้ม (Citrus Fruit) ซึ่งในปัจจุบันก็มีการปรับสูตรตามความต้องการของผู้ผลิต เช่น การผสมตะไคร้ ส้ม มะนาว หรืออื่น ๆ เข้าไปแทน

ชาแดง (Red Tea)

ชาแดงก็คือชาดำนะคะ แต่มีระยะเวลาในการบ่มที่น้อยกว่า จึงทำให้สีของชาแดงอ่อนกว่าและออกสีแดงมากกว่าค่ะ ถ้าเป็นทางคนจีนจะเรียกว่าชาแดง แต่ถ้าเป็นชาวต่างชาติฝั่งตะวันตกมักจะเรียกว่าชาดำ  รสชาติของชาแดงจะออกไปทางผลไม้ หอมอร่อย ทั้งนี้ ถ้ามีการผลิตชาแดงโดยใช้ใบชาจากศรีลังกาก็จะเรียกว่า “ชาแดงซีลอน” หรือจะใช้ใบจากอัสสัมก็สามารถเรียกว่า “ชาแดงอัสสัม” เช่นเดียวกันกับชาดำค่ะ

การแบ่งตามแหล่งการเพาะปลูก

อย่างที่เราเห็นว่ามีชาหลายตัวที่เป็นชาดำเหมือนกัน เป็นพันธุ์ชาชนิดเดียวกัน แต่มีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน นั่นเป็นเพราะว่ามีต้นกำเนิดและมีแหล่งเพราะปลูกมาจากคนละประเทศค่ะ ซึ่งในแต่ละประเทศก็จะมีชื่อเรียกชาตามเทคนิคการปลูก เก็บใบชา กรรมวิธีการบ่มชา และการปรุงแต่งชาที่ไม่เหมือนกันค่ะ

     1. ชาซีลอน (Ceylon Tea)

ชาซีลอนหรือชาศรีลังกาจัดอยู่ในกลุ่มของชาดำ (เป็นชาดำที่ได้จากใบชาที่มีการเพาะปลูกในประเทศศรีลังกา) ซึ่งที่เรียกกันว่าชาซีลอนนั้นเป็นเพราะในสมัยก่อน ชาวอังกฤษเรียกศรีลังกาว่าซีลอน ซึ่งชาซีลอนจะมีรสชาติเข้มข้นนุ่มลึก ในปัจจุบันมักจะนิยมนำไปผสมกลิ่นต่าง ๆ เช่น ผลไม้ ดอกไม้ ขิง เครื่องเทศ หรือน้ำมันหอมระเหย เพื่อเพิ่มกลิ่น รสชาติ และจุดขายให้กับชาซีลอนค่ะ

ชาซีลอนกับชาไทยต่างกันยังไง?

ในสมัยก่อนชาสีส้มก็คือชาซีลอนนี่แหละค่ะ แต่เนื่องจากชาซีลอนมีสีสันที่คล้ายคลึงกับสีของกาแฟมากเกินไป จึงมีการนำสีผสมอาหารหรือเครื่องเทศต่าง ๆ ผสมลงไป เพื่อสร้างสีสันและสร้างความโดนเด่น จึงกลายมาเป็นชาสีส้มนั่นเอง แต่ในปัจจุบันนี้ ชาไทยจะใช้ชาแดงเป็นเบสในการชงผสมกับนมแทนค่ะ

     2. ชาอัสสัม (Assam Tea)

ชาอัสสัมก็คือหนึ่งในชาดำเช่นกัน แต่จะผลิตจากใบชาที่ปลูกในรัฐอัสสัมของประเทศอินเดีย เราจึงเรียกว่าชาอัสสัมนั่นเอง ด้วยภูมิประเทศ น้ำ ดิน และอากาศ ส่งผลให้ชาอัสสัมมีกลิ่นหอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ ปัจจุบันนิยมนำไปผสมกับนมเพื่อให้เกิดเป็น “ชานม” ขึ้นมา ซึ่งชาอัสสัมนี่แหละค่ะ คือชานมไข่มุกที่เราทานอยู่เป็นประจำ

ขอบคุณภาพชาอัสสัมจาก Timeofindia

ประโยชน์ของชาชนิดต่าง ๆ

“ชา” เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์สูง อุดมไปด้วยสารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย บางคนอาจจะดื่มเพราะต้องการบำรุงร่างกาย บางคนอาจจะชื่นชอบกลิ่นหอม ๆ ของชา บางคนอาจจะดื่มเพราะเป็นวัฒนธรรม หรือบางคนอาจจะชื่นชอบรสชาติอร่อย ๆ ของชา อย่างที่ใครหลาย ๆ คนชอบทานชาไข่มุกนั่นเองค่ะ ซึ่งประโยชน์ของชาชนิดต่าง ๆ ในภาพรวมมีดังต่อไปนี้

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยต่อต้านและยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต บำรุงหัวใจ
  • ทานแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ผ่อนคลาย
  • ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม
  • ช่วยดักจับไขมัน ลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย
  • ช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกาย
  • ช่วยลดอาการปวดศีรษะ บำรุงประสาทและสมอง
  • ช่วยให้ปากชุ่มชื้น ลดการกระหายน้ำ แก้ร้อนใน
  • ช่วยขับปัสสาวะ ลดอาการบวมน้ำต่าง ๆ

แนะนำชาคุณภาพดีจาก KC Interfoods

หากคุณกำลังมองหาชาคุณภาพในราคาย่อมเยา ที่ผ่านกระบวนการคัดสรรใบชามาเป็นอย่างดี ใช้ใบจากแท้จากแหล่งเพาะปลูกรายใหญ่โดยตรง ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ได้มาตรฐาน มีกลิ่นหอม และมีรสชาติที่ดึงเอาเอกลักษณ์ของชาแต่ละชนิดออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังคงสารอาหารต่าง ๆ ในใบชาไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยไม่ผ่านการเจือสีหรือแต่งกลิ่นใด ๆ ขอแนะนำผงชาแท้ 100% จาก KC Interfoods ค่ะ

 

เรามีผงชาแท้จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ไม่ว่าจะเป็นผงชาเขียวมัทฉะ ผงชาดำอัสสัม ผงชาไต้หวัน ผงชาโฮจิฉะ ผงชามะลิ และรวมไปถึงผงเครื่องดื่มอื่น ๆ อย่าง ผงโกโก้ด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำไปต่อยอดในธุรกิจคาเฟ่ ร้านขายเครื่องดื่ม คนที่กำลังเปิดร้านกาแฟ หรือร้านอาหาร รับรองว่าคุ้มค่าและอยู่ในงบต้นทุนที่กำหนดไว้แน่นอนค่ะ (เรามีโรงงานผลิตชาผงสำเร็จรูป รับผลิตผงเครื่องดื่ม รับผลิต OEM / ODM สำหรับผู้ที่อยากทำแบรนด์ และมีผู้เชี่ยวชาญในการช่วยคิดค้นสูตรโดยตรง) หากต้องการดูรายละเอียดของสินค้า สามารถกดที่ชื่อสินค้าได้เลยค่ะ

 

ผงมัทฉะ 100% ผงชาเขียวมัทฉะสูตรพรีเมียม ใช้ยอดใบชาแท้ ๆ จากญี่ปุ่น สีเขียวเข้มสวย กลิ่นหอมชัด บดละเอียด ไม่เจือสี ไม่แต่งกลิ่น อร่อยเข้มข้น ผงมัทฉะของเราเอาไปทำเบเกอรี่แล้วเด็ดมาก (สั่งซื้อได้ที่นี่ >> Shopee / Lazada)

 

ผงชาอัสสัมกลิ่นเอิร์ลเกรย์ ผงชาดำอัสสัมรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมเอิร์ลเกรย์ละมุนสุด ๆ ได้กลิ่นชาที่ชัดกว่ากลิ่นนม สูตรชานมไข่มุก อร่อยเด็ด พร้อมชงได้ทันที ไม่ยุ่งยาก (สั่งซื้อได้ที่นี่ >> Shopee / Lazada)

 

ผงชาโฮจิฉะ 100% หรือผงชาคั่ว นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง เราใช้ใบชาเขียวแก่ นำไปคั่วให้ได้รสชาติหวานกำลังดี ไม่ขมไม่ฝาด กลิ่นหอมรมควันโดดเด่น มีคาเฟอีนน้อย ดื่มได้ทุกวัย (สั่งซื้อได้ที่นี่ >> Shopee / Lazada)

 

ผงชาเขียวมะลิ สูตรพร้อมชง หวานน้อย เราใช้ใบชาเขียวแท้คัดพิเศษจากญี่ปุ่น มาผสมกับดอกมะลิจันทบูรณ์ (ดอกตูม) ทำให้ผงชามะลิของเรามีกลิ่นที่หอมชัด และรสชาติที่ลงตัวที่สุด (สั่งซื้อได้ที่นี่ >> Shopee / Lazada)

สรุป

สรุปว่า… ชามีกี่ประเภท? ประเภทของชามีอะไรบ้าง? ชาแต่ละชนิดต่างกันยังไง? คำตอบก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจัดหมวดประเภทของชาด้วยอะไรนะคะ ซึ่งในบทความ “ชามีกี่ประเภท” นี้ ทางเคซีอินเตอร์ฟูดส์ (KC Interfoods) ก็ได้อธิบายหลักการในการแบ่งแยกชาแต่ละชนิดไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่อยากทำความรู้จักกับชาทุกคนนะคะ ต่อไปถ้าใครถามก็ตอบได้เลยใช่มั้ยคะว่าประเภทของชานั้นมีอะไรบ้าง? ชามีกี่แบบ? แยกยังไง? แต่ถ้าลืมก็ไม่เป็นไรค่ะ สามารถกลับมาเปิดอ่านบทความนี้ได้ทุกเมื่อเลยนะคะ ^^

 

สอบถามข้อมูลหรือสั่งซื้อสินค้า

ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. 

(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

โทรศัพท์ : 02-080-5678

LINE ID : @kcinterfoods

Link LINE : https://page.line.me/kcinterfoods

Shopee : https://shopee.co.th/kcinterfoods

Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/kc-interfoods

Facebook : https://www.facebook.com/kcinterfoods/

Instagram : https://www.instagram.com/kcinterfoods

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สิทธิพิเศษสมาชิก
สมัครสมาชิก
รับฟรีทันที 10 แต้ม!
สะสมแต้มแลกของรางวัลต่างๆ มีสิทธิพิเศษรออยู่อีกเพียบ
บริการ OEM / Private Label
รับผลิต OEM
ครบวงจร ทุกรูปแบบ
รับผลิต Private Label แบรนด์อาหารเสริม, ผงเครื่องดื่มสำเร็จรูปเกรดพรีเมียม พร้อมให้บริการครบวงจรตามต้องการ ให้ยอดปังทะลุเป้า!
สนใจสั่งซื้อปริมาณมาก?
เรามีบริการพิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อจำนวนมาก พร้อมส่วนลดและบริการครบวงจร